รายงานคณะกรรมการชุดต่างๆ


สารจากประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ  บริษัทและบริษัทย่อยมุ่งมั่นที่จะสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคม  ผ่านกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย โดยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียในทุกด้าน สร้างสรรค์ คุณค่าและประโยชน์ทั้งภาคธุรกิจและสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินกิจการด้วยความระมัดระวัง เอาใจใส่ในระบบการบริหารจัดการและกระบวนการผลิต ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมถึงการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจในทิศทางเดียวกัน อาทิ ความปลอดภัย สิทธิ มนุษยชน พลังงาน การจัดการของเสีย และการดูแลสังคมและชุมชน คือ

“พนักงาน           เข้าใจ

ผู้บริหาร              มีส่วนร่วม

และ                   ร่วมกันพัฒนา”

เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับยุทธศาสตร์ขององค์กร เพื่อสร้างองค์กรให้มีความยั่งยืน โดยบริษัทส่งเสริมการปลูกจิตสำนึก เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจ  ผู้บริหารมีส่วนร่วมเข้าถึง และร่วมกันพัฒนาทั้งในองค์กร ชุมชน และสังคม  ดังนั้น บริษัทจึงตระหนักถึงการผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในนามของบริษัท ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพนักงาน ทุกคน ตลอดจนชุมชนและสังคม ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและนำพาให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนตลอดไป 


นายวุฒิชัย   ลีนะบรรจง

ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


ข้อมูลเกี่ยวกับรายงาน

บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชนหรือ Capital Engineering Network Public Company Limited : CEN ได้จัดทำรายงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR Report) โดยจัดแยกส่วนอย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมุ่งเน้นให้ข้อมูล เชื่อถือได้และมีคุณภาพ โดยบริษัทกำหนดประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ และการประเมินระดับความสำคัญของประเด็นที่ เกี่ยวข้องต่อเป้าหมายและการดำเนินงานของบริษัท แสดงถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ใน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560

แนวทางการรายงาน

การจัดทำรายงานฉบับนี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบริหารงานเพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมการดำเนิน งานที่สำคัญด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยอ้างอิงตามแนวทางของกรอบการรายงานข้อมูล CSR แบบบูรณาการ (Integrated CSR Reporting Framework) ซึ่งจัดทำโดยสถาบันไทยพัฒน์ เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนใช้เป็นแนวทางในการจัดทำรายงาน CSR ที่สอดคล้องกับกรอบการรายงานระดับสากล

ขอบเขตการรายงาน

ขอบเขตรายงานได้ครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานของบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกำกับดูแล ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามแนวทางสากล เพื่อตอบสนองประเด็นความคาดหวังของ ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลไว้ในรายงานฉบับนี้

บริษัทมีแผนงานที่จะจัดทำรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นประจำทุกปี ตลอดจนพัฒนาระบบและวิธีการจัดเก็บ ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แนวทางและขั้นตอนการเก็บข้อมูลมีความชัดเจน และมีความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อมูลมากที่สุด และสื่อสารผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง

ช่องทางการเผยแพร่

รายงานฉบับนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนการรับทราบข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อใช้พิจารณาประเด็นที่น่าสนใจ บริษัทได้จัดทำภาษาไทยและภาษาอังกฤษในรูปแบบสิ่งพิมพ์และแผ่นซีดี รวมทั้งเผยแพร่บนเว็บไซต์ เพื่อความหลาก หลายและสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับนี้ ซึ่งได้รวมอยู่ในรายงานประจำปี ได้จากเว็บไซต์ของบริษัท หรือสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ :

Ø   เลขานุการบริษัท และนักลงทุนสัมพันธ์

โทรศัพท์ : 0-2682-6345

E-mail : kenika@cenplc.com

 

Ø   บริษัท แคปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 900/15 อาคารเอสวีโอเอ ทาวเวอร์ ชั้น 19

ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง

เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ : 0-2682-6345

โทรสาร : 0-2682-6344

เว็บไซต์ www.cenplc.com

นโยบายภาพรวม       

บริษัทและบริษัทย่อยได้นำหลักการ “พัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development) มาเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการดำเนินธุรกิจ โดยวิเคราะห์ผลกระทบและสร้างคุณค่าให้เกิดความสมดุล ใน 3 มิติ คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาล (CG) ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยบูรณาการให้เกิดความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรการผลิต การจัดการคลังสินค้า และการขนส่ง การจำหน่ายให้กับผู้บริโภค และการจัดการผลิตภัณฑ์หลังการขาย

ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยกำหนดระเบียบปฏิบัติในทุกกระบวนการผลิตและการบริการ (CSR in Process)   เพื่อช่วยลดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม  บริษัทและบริษัทย่อย  ตระหนักว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ต้องบูรณาการสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

            บริษัทและบริษัทย่อยตระหนักดีว่า ผู้มีส่วนได้เสียมี บทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนิน ธุรกิจ จึงให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึง ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จัดให้มีกิจกรรมสานเสวนา กับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้มีส่วนร่วมตามบทบาท ของแต่ละภาคส่วนอย่างเหมาะสมรวมถึงได้ ทราบความคาดหวัง ความต้องการของผู้มีส่วน ได้เสีย ทำให้สามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยจำแนกผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียออกเป็น 9 กลุ่ม และพิจารณากำหนด พันธกิจเป็นเป้าหมายในการตอบสนองความ ต้องการ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่มอย่างสมดุล

ผู้มีส่วนได้เสีย

ความคาดหวัง

ของผู้มีส่วนได้เสีย

ช่องทาง

การมีส่วนร่วม

การตอบสนองต่อ

ผู้มีส่วนได้เสีย

 

ผู้ถือหุ้น 

 

·      ผลการดำเนินงานและการเติบโต

ทางธุรกิจ

·      การกำกับดูแลกิจการที่ดี

·      การบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

·      ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

·      การรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส และเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบข่าวตลาด หลักทรัพย์ฯ และบนเว็บไซต์ของบริษัท

·       การประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นประจำปี

                         

·      สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ทุกกลุ่ม ได้รับสิทธิ

ด้วยความเท่าเทียมกัน 

ไม่กระทำการใดอันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ

·       เผยแพร่สารสนเทศสำคัญทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา

ผ่านช่องทางที่กำหนด

·      มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล

อย่างชัดเจน

·      ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล

 พนักงาน 

·      ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

·      สิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วม

·      ความมั่นคงในอาชีพ / โอกาสความก้าวหน้าในสายงาน

·      ความปลอดภัยในการทำงานและ

อาชีวอนามัย

·      การพัฒนาและการเรียนรู้

 

·      การประชุม การสัมมนา 

การฝึกอบรม

·      การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น

การแข่งขันกีฬา

·       การเปิดรับความเห็น

·      ประชาสัมพันธ์ข่าวสารผ่านเสียงตามสาย และติดประกาศบอร์ดประชาสัมพันธ์

 

·      ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเสมอภาคกัน ปราศจากการเลือกปฏิบัติ บนหลักสิทธิมนุษยชน

·      จ่ายค่าตอบแทน และสวัสดิการอย่างเหมาะสม

·      ส่งเสริมการให้ความรู้กับพนักงานและส่งเสริมความก้าวหน้าในสายงาน

·      จัดช่องทางสื่อสารให้พนักงานสามารถ เสนอแนะ หรือร้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ

·      จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ในการปฏิบัติหน้าที่ และดูแลสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยคำนึงถึงความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพ แวดล้อมในการทำงาน

     ลูกค้า

 

 

 

 


·      สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ

·      ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ส่งมอบ

ตรงเวลา

·      กระบวนการผลิตที่เป็นมิตร

ต่อสิ่งแวดล้อม

·      ได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจโดยไม่ปิดบังหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง 


·      ประชุมร่วมกับลูกค้า

·      ช่องทางการสื่อสาร ผ่านเว็บไซต์บริษัท การเยี่ยมเยียนลูกค้า / เข้าร่วมงานแสดงสินค้า

·      การมีช่องทางให้ลูกค้าได้ร้องเรียนหรือ แนะนำเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน

 


·      พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

·      คิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเพิ่ม คุณค่าให้แก่สินค้า และบริการอย่างต่อเนื่อง

·      จัดให้มีระบบและช่องทางสื่อสาร เพื่อให้ลูกค้าสอบถามข้อมูล เสนอแนะ แสดงความคิดเห็น และร้องเรียน

·      นำข้อร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะไป ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ตอบสนอง ความต้องการของลูกค้า

 

 

คู่ค้า

 

 

 

·      จรรยาบรรณทางธุรกิจ และ

ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

·      ปฏิบัติตามนโยบายบนพื้นฐาน

การแข่งขัน ที่เป็นธรรม เสมอภาค และเคารพซึ่งกันและกัน

·      การแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญระหว่างกัน

 

·     การชี้แจงและส่งเสริมให้คู่ค้าทราบถึงนโยบายและจรรยาบรรณทางธุรกิจ

ในการดำเนินธุรกิจ

·     การเยี่ยมเยือนคู่ค้า เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ระหว่างกัน และ

รับฟังปัญหา / ข้อเสนอ แนะต่างๆ

·     ความเป็นธรรม และเสมอภาค

 

·      สื่อสาร แจ้งให้คู่ค้ารับทราบถึงนโยบาย และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

·      แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์และ 

ความเชี่ยวชาญ

·      ไม่เรียก รับ หรือยินยอมรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน์

อื่นใด นอกเหนือจากข้อตกลงทางการค้า

·      พิจารณาการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างเหมาะสม

ตามระเบียบปฏิบัติกำหนด

 

 

 

เจ้าหนี้การค้า

 

 

 

·      จริยธรรมและความโปร่งใส

ในการดำเนินธุรกิจ

·      รักษาและปฏิบัติตามเงื่อนไข

ที่มีต่อเจ้าหนี้ โดยเคร่งครัด

 

·      รายงาน : รายงานประจำปี

·      ชำระเงินให้เจ้าหนี้ตรงตามกำหนดเวลา และตามข้อตกลง โดยไม่มีการผิดนัดชำระ โดยบริษัทใช้วิธีการโอนเงินผ่านธนาคาร ในระบบ Media Clearing ซึ่งอำนวยความ สะดวกแก่เจ้าหนี้

 

 

คู่แข่ง

 

 

 

 

 

·      การแข่งขันอย่างเสรีและดำเนินกิจกรรม ทางการตลาดอย่าง

เป็นธรรม

 

·      ช่องทางสื่อสาร : รับข้อมูลจากเวทีสาธารณะ 

 

·      ดำเนินกิจการด้วยความโปร่งใสภายใต้การค้าและการแข่งขันอย่าง

เป็นธรรม

·      ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่ง 

ด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต

·      ไม่ทำลายชื่อเสียงด้วยการกล่าวหาให้ร้ายคู่แข่ง 

 

 

หน่วยงาน

ภาครัฐ

 

 

 

 

·      การปฏิบัติตามกฎหมาย

·      ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 

 

·      รายงาน : รายงานประจำปี/ความรับผิด ชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

·      กฎระเบียบ : ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และการกำกับดูแล กิจการ

·      ช่องทางสื่อสาร : การให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและตรงเวลาเว็บไซต์

·      ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ อย่างถูกต้อง โปร่งใส

·      การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีกว่า มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

·      การเข้าชี้แจงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่ กำกับดูแลอย่างถูกต้องรวดเร็ว

 

    สิ่งแวดล้อม

 

 

·      ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

·      ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น

มิตรกับสิ่งแวดล้อม

·      ส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทั่วทั้งองค์กร

·      ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิต เครื่องจักร

และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

·      ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

·      มีมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

·      มีมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 สังคมชุมชน 

·      การดูแลสิ่งแวดล้อมและ

ความปลอดภัย

·      การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

 

·      โครงการเพื่อชุมชน ทั้งด้านอาชีพ การศึกษา และ

การดูแลสิ่งแวดล้อม

·      กิจกรรมสานเสวนาชุมชน

·      รับฟังข้อคิดเห็นและ

ข้อร้องเรียน 

·      แบ่งปันความรู้ ทักษะขององค์กรสู่ชุมชน

ในด้านอาชีพ

·      โครงการเพื่อชุมชน ทั้งด้านอาชีพ การศึกษา และ

การดูแลสิ่งแวดล้อม 



การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน 

1.  แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทดำเนินธุรกิจในด้านการลงทุนในบริษัทอื่น ได้แก่ กลุ่มก่อสร้าง  กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มอื่น  มีวิสัยทัศน์คือ “เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนในบริษัทอื่นที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต โดยมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และการจัดการ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพให้ธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบที่หลากหลาย ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว” ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยจึงให้ความสำคัญต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย

ทั้งนี้ บริษัทย่อยได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างศักยภาพโรงงานอุตสาหกรรมมุ่งสู่การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน (CSR-DIW for Beginner) โดยได้อธิบายถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจน การดำเนินงานและการจัดทำรายงาน ตลอดจนผลกระทบต่อความรับผิดชอบต่อสังคมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างจิตสำนึกให้ผู้บริหารและพนักงานทั่วทั้งองค์กรมี ความตระหนักถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการสู่เป้าหมายในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีส่วนร่วมลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน โดยมีการพัฒนาทั้งด้านการบริหารจัดการ กระบวนการทำงาน การผลิต การจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ บริการ การกำกับดูแลกิจการที่ดี  จรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นและให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างให้บริษัท เติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัทและบริษัทย่อยได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยและคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการงานเฉพาะด้าน ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดจนพิจารณาเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ

คณะกรรมการบริหาร ประกอบไปด้วยผู้บริหารจำนวน 3 ท่าน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามพันธกิจ และปฏิบัติตามนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายธุรกิจของบริษัทและบรรลุวัตถุประสงค์ตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งสิ้น จำนวน 3 ท่าน ทำหน้าที่ ดูแลให้บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักของบริษัทคือด้านการลงทุน เพื่อให้ส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและรายการผิดปกติทั้งหลายที่อาจเกิดขึ้น

ด้านสังคม

คณะอนุกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทงาน ของบริษัทย่อยมีหน้าที่กำหนดแนวทางและแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SHE) ของบริษัท ย่อย รวมทั้งจัดให้มีการดำเนินงานด้าน SHE ของ บริษัท ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงและพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ

คณะอนุกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ของบริษัทย่อยเพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือในเรื่องสวัสดิการ ต่างๆ แก่พนักงาน พร้อมดูแลให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน และสังคม มีหน้าที่กำหนดแนวทางและแผนงานด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมของบริษัท รวมทั้งจัดให้มีการดำเนิน งานดังกล่าว ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงและพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ

ด้านสิ่งแวดล้อม

คณะอนุกรรมการอนุรักษ์พลังงาน ของบริษัทย่อยมีหน้าที่ดำเนินการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับนโยบาย อนุรักษ์พลังงานที่กำหนดขึ้น รวมทั้งควบคุมดูแลให้วิธีการจัดการพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนประสานความ ร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการพลังงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

2. การกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิรค์ จำกัด (มหาชนให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลัก การกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยนำหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และระเบียบปฏิบัติ ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มาเป็นปัจจัยในการเสริมสร้างให้ องค์กรมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส มีความเป็นธรรม รับผิดชอบและคำนึงถึง สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อย่างครบถ้วน เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาวการณ์ พร้อมอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

 นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของบริษัท กำกับดูแลและติดตาม การทำงานของฝ่ายจัดการ


การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ 

1.  การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

บริษัทและบริษัทย่อยให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส สอดคล้องกับจรรยาบรรณทางธุรกิจ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ภายใต้การแข่งขันทางการค้าที่สุจริตและเป็นธรรมและเสมอภาคตามกรอบของกฎหมาย โดยมีแนวทางการจัดการดังนี้

1. สร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับคู่ค้า เพื่อการเติบโต และพัฒนาร่วมกันในระยะยาว โดยปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 ตั้งแต่การคัดเลือก และ ประเมินคู่ค้า การเปรียบเทียบราคา

2. ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่ง ไม่แสวงหาข้อมูลด้วยวิธีไม่สุจริต ไม่ลอกเลียนแบบ ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตน

3. ไม่เรียก รับ หรือยินยอม ที่จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งอยู่นอกเหนือข้อตกลงทางการค้า

4. การดำเนินธุรกิจกับคู่ค้า ลูกค้า ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคู่แข่งทางการค้าจะต้องไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อ ชื่อเสียงของบริษัทหรือขัดต่อกฎหมาย ดังนี้

ลูกค้า :

(1)       ส่งมอบสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพ ตรงตามหรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม

(2)   ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอและทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับสินค้าและบริการ โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริงที่เป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ หรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าหรือบริการนั้นๆ

(3)       ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้องรีบแจ้งให้ลูกค้าทราบเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา

(4)       ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นที่วางใจได้ของลูกค้า

(5)      จัดให้มีระบบและกระบวนการที่ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัย ของสินค้าและบริการ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองหรือส่งมอบ และการดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว

(6)       รักษาความลับของลูกค้าและไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ

(7)       ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้สินค้าและบริการของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด

คู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ :  

(1)       ไม่ใช้โอกาสในการเป็นผู้บริหารหรือพนักงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อ จัดหาบริการต่างๆ หรือเพื่อหาประโยชน์ส่วนตน

(2)       ไม่เรียก หรือไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้าอย่างเด็ดขาด

(3)       ปฏิบัติตามเงื่อนไข และพันธะสัญญาที่มีระหว่างกันกับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด ไม่บังคับซื้อ-ขาย   สินค้าหรือจ่ายค่าบริการต่อคู่ค้าแบบไม่เป็นธรรม

คู่แข่งทางการค้า :

บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม และ บริษัทไม่มีนโยบายในการแข่งขันทางการค้าโดยใช้วิธีการใดๆ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลของคู่แข่งขันอย่างผิดกฎหมาย และขัดต่อจริยธรรม โดยมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1)       ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี

(2)       ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไมสุจริตหรือไม่เหมาะสม

(3)       ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย

ภาครัฐ :

ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส และคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริตในการติดต่อทำธุรกรรมกับหน่วย งานภาครัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการ ที่อาจส่งผลต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขัดแย้งต่อหลักการ บริหารจัดการที่ดี รวมทั้งต่อต้านการให้สินบนต่างๆ ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทและบริษัทย่อยได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องสามารถร้องเรียนต่อบริษัท และคำร้องเรียนพึงได้รับการเอาใจใส่และดำเนินการอย่างเป็นธรรม

การรับและให้ของขวัญ ค่ารับรอง ค่าบริการต่างๆ หรือประโยชน์อื่นใด

บริษัทและบริษัทย่อยมุ่งหวังให้การดำเนินธุรกิจของบริษัท เป็นไปในทางที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงรับรอง การรับ หรือการให้ของขวัญ หรือการรับการเลี้ยงรับรองตามธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เป็นสิ่งอันควรปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยกำหนดแนวปฏิบัติดังนี้

1.  พนักงานสามารถให้/รับของขวัญ แก่/จากบุคคลใดๆ ได้ หากเข้าเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้

(1)     ไม่เป็นการกระทำโดยตั้งใจเพื่อครอบงำ ชักนำ หรือ ตอบแทนบุคคลใดๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบใดๆ ผ่านการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจนหรือแอบแฝงเพื่อให้ได้มาซึ่งการช่วยเหลือหรือผลประโยชน์

(2)     เป็นการให้ในนามบริษัท ไม่ใช่ในนามของพนักงาน

(3)     ไม่เป็นของขวัญที่อยู่ในรูปของเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสด (เช่น บัตรของขวัญหรือบัตรกำนัล)

(4)     เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรุษจีน หรือ  ปีใหม่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปกติ

(5)     เป็นการให้เปิดเผย ไม่ปกปิด

2.  การเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาทางธุรกิจสามารถกระทำได้ แต่ต้องใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล สามารถตรวจสอบได้และปฏิบัติตามขั้นตอนตามข้อกำหนดค่าใช้จ่ายในการทำงาน

3.  พนักงานสามารถรับของขวัญซึ่งมีมูลค่าได้ไม่เกิน 5,000 บาท ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิเสธและจะต้องรับของขวัญซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 5,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยใช้แบบรายงานการรับของขวัญ และนำส่งของขวัญดังกล่าวแก่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อนำไปเป็นของรางวัลให้แก่พนักงานหรือบริจาคเพื่อการกุศลตามความเหมาะสม

ในปี 2560 ผู้บริหารและพนักงานบริษัท ไม่ได้รับของขวัญจากคู่ค้าหรือส่วนงานอื่น

การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทและบริษัทย่อย ได้แก่ ลิขสิทธิ์ต่างๆ  สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ความลับทาง  การค้า เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัท  ดังนั้น กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีหน้าที่ปกป้อง รักษา และพิทักษ์สิทธิ์ที่บริษัทมีต่อทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด และใช้สิทธิ์เหล่านั้นอย่างรับผิดชอบ

นอกจากนี้  กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องเคารพสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่นด้วย

ในปี 2560 บริษัทไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 

2.  การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่ธุรกิจ

บริษัทได้นำกระบวนการและเทคโนโลยีที่ใส่ใจผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นจากการคัดเลือก วัตถุดิบในการผลิต การเลือกใช้พลังงานและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตสินค้า ใช้พลังงานจาก ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

การจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กระบวนการจัดซื้อเป็นกระบวนการสำคัญ ในการบริหารความคุ้มค่าควบคู่ไปกับคุณภาพของสินค้า โดยการเลือก สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มิได้พิจารณาด้านราคาเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการ กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งพนักงาน และผู้ส่งมอบมีการ ปรับเปลี่ยน การเลือกใช้สินค้าและบริการโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทและบริษัทย่อยประกอบด้วย การปฏิบัติตามกฎหมาย การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ การจัดการของเสีย

บริษัทย่อยมีระบบตรวจสอบ ประเมินและคัดเลือกคู่ค้า และติดตามการปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ปริมาณ และการ ส่งมอบ รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน และระบบการจัดการคุณภาพ อาทิ ISO 9001, ISO 14001 โดยมีหลักเกณฑ์การประเมิน ดังนี้

ISO 9001

ISO 14001

มาตรฐานการประเมินคู่ค้า

มาตรฐานการประเมินคู่ค้า

1.     ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบตามมาตรฐานกำหนด

2.     ส่งมอบวัตถุดิบตรงตามกำหนดเวลา

3.     ปริมาณวัตถุดิบครบถ้วนตามที่กำหนด

1.    การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

2.    การคัดแยกขยะ/ทิ้งขยะ ถูกต้องตามประเภทและสถานที่

3.    มีระบบการป้องกัน ควบคุมการปนเปื้อน ของเสียที่ออกสู่สิ่งแวดล้อม

4.    มีวิธีการควบคุมสารเคมี วัสดุ วัตถุดิบที่เป็นอันตรายที่เหมาะสม

5.    ระบบการจัดส่งใช้ยานพาหนะที่อยู่ในสภาพดีไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

6.    มีการเตรียมการป้องกันหากเกิดภาวะฉุกเฉิน

7.    ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

8.    มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

9.    ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

10. ไม่ปรากฏว่ามีข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย / ผู้เกี่ยวข้อง


คู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้จัดจหน่าย

บริษัทย่อยมีการประเมินผลการปฏิบัติงานและเข้าเยี่ยมเยียนคู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติสอดคล้องตามระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และนโยบายการจัดการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทมีการคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทประกอบไปด้วยคู่ค้าที่มีการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่พิจารณาจากสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของบริษัท อาทิ การปฏิบัติตามกฎหมาย การใช้ทรัพยากรและ พลังงานอย่างคุ้มค่า การควบคุม      การผลิต การจัดการของเสีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิภาพในการ ดำเนินธุรกิจร่วมกัน

ลูกค้า ผู้อุปโภค และผู้ใช้สินค้า

บริษัทและบริษัทย่อยตระหนักดีว่า การที่องค์กรธุรกิจจะยั่งยืนอยู่ได้นั้น ต้องเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งในปัจจุบัน พบว่า ความคาดหวังของลูกค้านั้น ไม่ได้จำกัดขอบเขตเฉพาะในส่วนที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินธุรกิจ แต่ได้ขยายไปสู่การสนับสนุนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย  เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ

3.  ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

บริษัทและบริษัทย่อยตระหนักดีว่าความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญ อันนำไปสู่ความสำเร็จของบริษัทและบริษัทย่อยอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป็นนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

(1)       ส่งมอบสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพ ตรงตามหรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม

(2)       ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอและทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับสินค้าและบริการ โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริงที่เป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ หรือเงื่อนไขใดๆ ของสินค้าหรือบริการนั้นๆ

(3)       ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ต้องรีบแจ้งให้ลูกค้าทราบเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา

(4)       ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ และเป็นที่วางใจได้ของลูกค้า

(5)       จัดให้มีระบบและกระบวนการที่ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัย ของสินค้าและบริการ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองหรือส่งมอบ และการดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว

(6)       รักษาความลับของลูกค้าและไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดย   มิชอบ

(7)       ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้สินค้าและบริการของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด


มาตรฐานและความปลอดภัยของลูกค้า

บริษัทและบริษัทย่อยได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัทย่อยได้ประกาศนโยบายและดำเนินการตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงาน โดย การรักษาไว้ซึ่งการรับรองระบบบริหารจัดการคุณภาพ ISO 9001: 2015 ระบบมาตฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 : 2015 และการปฏิบัติตามมาตรฐาน WRAP

ในปี 2560 บริษัทย่อยได้ดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยได้ทำการตรวจ ประเมินระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2015 นอกจากนี้บริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct)  ทั้งด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และ ด้านแรงงาน เป็นการสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทย่อยได้พัฒนาให้เป็นไปตามระบบและมาตรฐานต่างๆ ที่เป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้านสังคม

1.  การต่อต้านการทุจริต

บริษัทและบริษัทย่อยต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ด้วยตระหนักว่าการให้ สินบนและการคอร์รัปชั่นเป็นภัยร้ายแรงต่อการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และไม่มีนโยบายเสนอสินบนหรือสิ่งตอบแทนในรูปแบบใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ เพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ซึ่งประโยชน์หรือความได้เปรียบทางธุรกิจ

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในความถูกต้อง โดยจัดให้มีแนวทางในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น รวมถึงการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ทัศนคติ โดยการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริม และปลูกฝังให้ผู้บริหารและพนักงาน ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ไม่สนับสนุน ให้มีการสร้างความสำเร็จของงานด้วยวิธีการทุจริต

บริษัทและบริษัทย่อยให้ความสำคัญต่อการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น และปลูกฝังเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยส่งเสริมให้ปฐมนิเทศ พนักงานใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเริ่มงาน และนอกจากนั้นบริษัทยังกำหนดให้ผู้บริหารและหัวหน้างาน ได้รับการฝึกอบรมเรื่อง “การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” เพื่อสื่อสารให้ระดับผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบและนำไปสู่ การปฏิบัติ   เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง จึงได้กำหนดขั้นตอนมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ดังนี้

คณะกรรมการบริษัท

-                    แสดงความมุ่งมั่นต่อการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

-                     ประธานกรรมการบริษัท แสดงเจตนารมณ์เพื่อเข้ารับการรับรองมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

-                    กำกับดูแล และประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

-                    สนับสนุนด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น

คณะกรรมการตรวจสอบ

-                    เป็นผู้ประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

-                    ทำหน้าที่พิจารณาสอบทานระบบการควบคุมภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และความเสี่ยงด้านทุจริตและคอร์รัปชั่น

หน่วยงานตรวจสอบภายใน

ทำหน้าที่ในการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล รายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท

กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงานทุกคน และตัวแทนทางธุรกิจ

ปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น และข้อปฏิบัติ โดยต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีนโยบายปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่นโดยกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2560  เมื่อวันที่ 13พฤศจิกายน 2560 โดยได้ดำเนินการจัดทำ “นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น”  และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท www.cenplc.com ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี  ซึ่งประกอบด้วย

 1.       บทนำ

2.       วัตถุประสงค์

3.       ขอบเขต

4.       คำนิยามและรูปแบบการคอร์รัปชั่น

5.       หน้าที่ความรับผิดชอบ

6.       นโยบายและแนวทางการปฏิบัติ

7.       การประเมินความเสี่ยงของการคอร์รัปชั่น

8.       การควบคุม

9.       การบันทึกและเก็บรักษาข้อมูล

10.    ทรัพยากรบุคคล

11.    การอบรมและการสื่อสาร

12.    กรณีมีข้อสงสัย

13.    การรายงานการพบเห็นการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น

14.    การปกป้องดูแลพนักงาน

15.    การฝ่าฝืนนโยบาย

16.    การกำกับติดตามและสอบทาน

17.    ขอบเขตการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่น

18.    ช่องทางการรับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น

19.    มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้แจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่นและการรักษาความลับ

20.    การแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน การดำเนินการสืบสวนและบทลงโทษ

21.    การเผยแพร่นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น

จากการที่บริษัทได้ เข้าร่วมลงนามโครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตอีกครั้ง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 บริษัทได้จัดให้มีการถ่ายทอดนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น และการจ่ายสินบนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมทั้งโทษทางวินัยไปยังกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีมีวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม นำไปสู่การเป็นวัฒนธรรมองค์กร

ส่งผลให้ปี 2560 ไม่ปรากฏกรณีการร้องเรียน เรื่องการทุจริตและคอร์รัปชั่น การให้หรือรับสินบนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด

2.  การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจโดยเคารพต่อกฎหมายตามหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อการจ้างงาน  ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีถิ่นกำเนิด สัญชาติ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว ศาสนา ภาษา ความเบี่ยงเบนทางเพศ ความทุพลภาพ มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาและตัดสินการจ้างงาน พนักงานมีความสมัครใจในการทำงาน ไม่ใช้แรงงานเด็ก เคารพในสิทธิและเสรีภาพของพนักงาน ในขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานเพื่อฝึกทักษะและเพิ่มพูน ศักยภาพ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

           ในกรณีที่พนักงานไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องต่างๆ มีการกำหนดช่องทางที่สามารถร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสเกี่ยว กับเรื่องที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายพร้อมทั้งมีกระบวนการแก้ไข มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่เป็นระบบและยุติธรรม ในขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานเพื่อฝึกทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและ สม่ำเสมอ ในกรณีที่พนักงานไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องต่างๆ มีการกำหนดช่องทางที่สามารถร้องเรียนหรือ แจ้งเบาะแสเกี่ยว กับเรื่องที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายพร้อมทั้งมีกระบวนการแก้ไข มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่เป็นระบบและยุติธรรม 

3.  การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทและบริษัทย่อยมีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อพนักงานของบริษัทด้วยความเป็นธรรม เนื่องจากบริษัทตระหนักดีว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่ายิ่งสำหรับบริษัท และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท ต่อลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น  บริษัทมีนโยบายในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยการสร้างคุณค่าเพิ่มของงานที่ปฏิบัติรวมถึงเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาในศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว บริษัทจึงยึดถือหลักการปฏิบัติต่อพนักงานดังนี้  

(1)       ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

(2)       ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน

(3)       ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ

(4)       การแต่งตั้งและโยกย้าย รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน กระทำด้วยความสุจริตใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมของพนักงานนั้น

(5)       ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถของพนักงาน โดยให้โอกาสอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ

(6)       รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางวิชาชีพของพนักงาน

(7)       ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด

(8)       หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ไม่เป็นธรรมซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในหน้าที่การงานของพนักงาน หรือคุกคามและสร้างความกดดันต่อสภาพจิตใจของพนักงาน

(9)       ให้พนักงานร้องเรียนในกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมตามระบบและกระบวนการที่กำหนด

บริษัทและบริษัทย่อยได้จัดให้มีกระบวนการในการจัดการกับเรื่องที่พนักงานร้องเรียนว่าอาจเป็นการกระทำผิด โดยกำหนดเป็น นโยบาย และแนวทางในการปกป้องพนักงานหรือผู้แจ้งเบาะแสในการกระทำผิด ไว้ใน “จรรยาบรรณพนักงาน

คณะกรรมการบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน เมื่อพบเรื่อง ที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การทุจริตหรือประพฤติมิชอบของพนักงานในบริษัท ตลอดจนพฤติกรรมที่อาจเป็นปัญหาและก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท รวมทั้งการรับข้อร้องเรียนในกรณีที่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียถูกละเมิดสิทธิ หรือ  ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผ่านช่องทางและกระบวนการที่บริษัทกำหนด

บริษัทจะรับฟังและดำเนินการกับทุกข้อร้องเรียนอย่างเสมอภาค โปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีมาตรการคุ้มครอง  ผู้ร้องเรียน ที่เป็นระบบและยุติธรรม ข้อมูลของผู้ร้องเรียนจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ

มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน

(1)  บริษัทจะเก็บข้อมูลและปกปิดชื่อ ที่อยู่หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลได้ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

(2)       ผู้ได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลข้อร้องเรียนและเอกสารหลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

(1)       บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้รายงานแหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

(2)       ผู้ที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม 

(รายละเอียดช่องทางการร้องเรียน เปิดเผยบนเว็บไซต์บริษัท www.cenplc.com ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี”)

3.1 การสรรหาและการจ้างงาน

บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชนมีนโยบายในการสรรหาคัดเลือก และการจ้างงาน โดยยึดหลักความรู้ ความสามารถ ความเป็นธรรม ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านเพศ เชื้อชาติ ศาสนา

ซึ่งในปี 2560 นี้ บริษัทมีจำนวนพนักงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 เท่ากับ 18 คน และยังคงดำเนินการจัดทำแผนอัตรากำลังคนให้สอดคล้องการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญต่อการจัดสรร ทรัพยากรในจุดที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม หรือมีความจำเป็นต่อเนื่องจากการลงทุน ตลอดจนปรับขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.2 การบริหารค่าจ้าง เงินเดือน ผลตอบแทนและสวัสดิการ

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินนโยบายด้านการบริหารค่าตอบแทน ด้วยหลักความเป็นธรรมตามความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ การดำรงชีพ ตลอดจนมาตรฐานการแข่งขันของธุรกิจประเภท เดียวกัน โดยยึดหลักเชื่อมโยงผลสำเร็จของงานอย่างเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ สอดคล้องกับความสามารถของ พนักงานอย่างเท่าเทียมทั้ง ชาย – หญิง ผู้ที่มีความเบี่ยงเบน ทางเพศ ผู้ที่มีความพิการ เพื่อดึงดูดผู้มีความรู้ความสามารถ เข้ามาร่วมงานกับบริษัทและจูงใจให้พนักงานมีการพัฒนาผล การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทได้จัดสวัสดิการต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ในคุณภาพชีวิตของพนักงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดเพื่อสร้างความผูกพันและสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานกับบริษัท ดังนี้

สวัสดิการที่ส่งเสริมความมั่นคงในอนาคต เช่น สวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  สหกรณ์  ออมทรัพย์ เงินบำเหน็จ

สวัสดิการช่วยเหลือค่าครองชีพ เช่น เครื่องแบบพนักงาน จัดให้มีรถรับ-ส่ง พนักงาน ค่าพาหนะ ค่าน้ำมัน เงินช่วยเหลือค่าอาหารกลางวัน และเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน

สมดุลยภาพระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทงาน (work – life balance)

บริษัทและบริษัทย่อยส่งเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน โดยสนับสนุนส่งเสริมให้มีบทบาทในการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

     1.  Happy Body (สุขภาพดี)

·     ตรวจสุขภาพประจำปี

·     ตรวจหาสารเสพติด 

2.  Happy Heart (น้ำใจงาม) 

·     กิจกรรมร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

·     กิจกรรมโครงการเสริมขวัญแบ่งปันรอยยิ้มเด็กและครอบครัวผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

·     กิจกรรมเติมสีสัน ปันความสุข จุดประกายยิ้ม 

3.  Happy Society (สังคมดี)

·    ส่งเสริมให้มีความรักสามัคคี เอื้อเฟื้อต่อชุมชนที่ตนทำงานและพักอาศัยให้มีสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี

·     กิจกรรมแสงแห่งรอยยิ้ม “สร้างห้องสมุด”

·     กิจกรรมวันเด็ก

·     กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาวัด

·     กิจกรรมอาสาปันความดี ทำดีเพื่อพ่อ

·     กิจกรรมประเพณีลอยกระทงชุมชนคลองน้ำหู

·     กิจกรรมอนุบาลต้นกล้าด้วยวัสดุเหลือใช้

·     กิจกรรมปรับภูมิทัศน์บริเวณรอบเกาะสะเก็ดกับชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน

4.  Happy Family (ครอบครัวดี)

·     กิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ 

3.3 การพัฒนาบุคลากร

บริษัทได้พัฒนาพนักงานตามบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบและมาตรฐานการทำงานที่กำหนด ส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ซึ่งการมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง รวมทั้งการสร้างผู้นำในทุกระดับให้มีคุณธรรม จริยธรรม พร้อมที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายธุรกิจที่วางไว้ด้วยความเป็นธรรม สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

นอกจากนี้ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูงและพนักงาน ทุกคนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคลากรซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าขององค์กรเป็นอย่างมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พนักงานทุกคนทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับจัดการมีโอกาสที่จะเข้ารับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อม ต่อการเติบโตของตนเองและบริษัทอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันแรกของการเป็นพนักงาน ตามแนวทางการพัฒนาพนักงานของบริษัท

3.4 การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทงาน

บริษัทและบริษัทย่อยให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ด้วยการกำหนดนโยบายความปลอดภัยอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เป็นตัวแทน ของพนักงานในการเสนอความคิดเห็น ตลอดจนการตรวจสอบสภาพไม่ปลอดภัยในการทำงานโดยมีการดำเนินการ ดังนี้

 

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทย่อย

กฎหมายกำหนด

จำนวน

จำนวนลูกจ้าง (คน)

จำนวนกรรมการ (คน)

พนักงาน (คน)

คณะกรรมการ (คน)

ชาย

หญิง

รวม

RWI

100 คน แต่ไม่ถึง 500 คน

7

163

11

2

13

UWC

100 คน แต่ไม่ถึง 500 คน

7

400

15

2

17

 

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

จำนวน (คน)

ชาย

หญิง

รวม

1. จป.ระดับบริหาร 

11

3

14

2. จป. ระดับหัวหน้างาน

18

7

25

3. จป. ระดับวิชาชีพ

1

-

1

รวม

30

10

40

 

 

 

รายละเอียด

ปี 2560

ปี 2559

สถิติการเกิดอุบัติเหตุ

31 คน

32 คน

สถิติการหยุดงานเนื่องจากการป่วยในการทำงาน

 

 

-      น้อยกว่า 3 วัน

12 คน

4 คน

-      มากกว่า 3 วัน

3 คน

ไม่มี

การปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

บริษัทและบริษัทย่อยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดโดยกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติผ่านนโยบายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและนโยบายสิ่งแวดล้อมของบริษัทย่อย มีการตรวจติดตามให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น มีการอบรมพนักงานบริษัทย่อยในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน 

การสร้างจิตสนึกด้านความปลอดภัยและสุขภาพ

บริษัทย่อยสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสุขภาพ โดยคลอบคลุมความปลอดภัยส่วนบุคคลและความปลอดภัย ในกระบวนการผลิต กระบวนการทำงานทั้งระบบ รวมทั้งได้เชิญวิทยากรภายนอกมาจัดอบรม “เรื่องการเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพพนักงาน”

-  โครงการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข”  หลักสูตร ปัจจัยสิ่งคุกคามที่มีผลต่อสุขภาพของพนักงานในการทำงาน และการจัดการความเครียดในการทำงาน

-  โครงการ อนุรักษ์การได้ยิน”  หลักสูตร อันตรายจากเสียงดัง

            -  จัดกิจกรรม สัปดาห์ความปลอดภัย 2560”

-  จัดกิจกรรม “ความปลอดภัยวันพุธ”

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทงาน

บริษัทย่อยมีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้แก่ ความร้อน แสงสว่าง เสียง ฝุ่นละออง ปริมาณความ เข้มข้นสารเคมีหรือไอระเหยในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และได้จัดกิจกรรม KYT ทุกวันก่อนเข้าทำงาน

การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความปลอดภัย

บริษัทย่อยมีการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบงานต่างๆ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย อาทิ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบหม้อน้ำ (boiler) และหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน  เครนยกเครื่อง

การจัดการสารเคมีให้สอดคล้องตามกฎหมาย

บริษัทย่อยได้ดำเนินการควบคุมดูแลการใช้สารเคมีให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันอันตราย ต่อสุขภาพ ของผู้ปฏิบัติงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet: SDS) และแจ้งแบบบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายตามกฎหมาย ติดฉลากที่ภาชนะบรรจุ สารเคมี ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานปฏิบัติงานกับสารเคมีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยมีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้พนักงานอย่างเหมาะสมและเพียงพอ จัดเตรียมอุปกรณ์ควบคุมกรณีสารเคมีหกรั่วไหล รวมถึงมีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินกรณี สารเคมีหกรั่วไหลเพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน

บริษัทย่อยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม และตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน กรณีเกิดอัคคีภัย สารเคมีและน้ำมันหกรั่วไหลและหม้อไอน้ำรั่วหรือระเบิด โดย มีการฝึกอบรม ทบทวนความรู้ให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในการทำงาน ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานและบริษัท ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ต่อองค์กรและชุมชนใกล้เคียง

4.  การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทและบริษัทย่อยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนถือเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินกิจการของบริษัทและบริษัทย่อย ที่แสดงเจตนารมณ์ใน การดำเนินงานเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทมีแนวทางในการดำเนินการด้านสังคมและการพัฒนาชุมชน โดยการดำเนินกิจกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมและชุมชนควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการขององค์กร ทั้งนี้ บริษัทย่อยได้ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเยาวชน และพัฒนาทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ

เส้นทางการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนและสังคม

การศึกษา

โครงการนักศึกษาฝึกงาน

-               มหาวิทยาลัยมหิดล

-               มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

-               มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

-               วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร

-               วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี

-               วิทยาลัยเทคนิคระยอง

-               มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

-               สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

-               มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา จังหวัดศรีสะเกษ

-               มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

-               วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรบริหารธุรกิจ (บ้านฉาง)

โครงการนักศึกษาเข้าศึกษาดูงาน

-               มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

-               มหาวิทยาลัยขอนแก่น

-               มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาลัยเขตขอนแก่น

-               วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์

สิ่งแวดล้อม

โครงการอนุบาลต้นกล้าด้วยวัสดุเหลือใช้

โครงการมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

สังคม

โครงการบริจาคโลหิต

โครงการรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

โครงการจิตอาสา พัฒนาวัด

โครงการอาสาปันความดีทำดีเพื่อพ่อ

โครงการเติมสีสัน ปันความสุข จุดประกายยิ้ม

โครงการเสริมขวัญแบ่งปันรอยยิ้มเด็กและครอบครัวผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

โครงการ CSR แสงแห่งรอยยิ้ม

โครงการสนับสนุนท้องถิ่นจัดงานวันเด็กแห่งชาติ


ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าต่อสังคม

บริษัทและบริษัทย่อยสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานร่วมทำประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ให้พนักงานเข้าใจถึงความเสียสละความร่วมมือ ความสามัคคี ส่งผลให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพนักงานกับชุมชน อีกทั้งบริษัทและบริษัทย่อยยังจัดกิจการรมที่รวมแรงรวมใจ พนักงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมกันคิด ตัดสินใจ เพื่อให้งานสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย

โครงการ CSR แสงแห่งรอยยิ้ม

บริษัทและบริษัทย่อยมีวัตถุประสงค์หลักในการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนในชุมชนที่บริเวณโรงงานบริษัทย่อยตั้งอยู่ หรือชุมชนในถิ่นทุรกันดารต่างๆ โดยบริษัทมอบเสาส่งสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังสนับสนุน อุปกรณ์การเรียนการสอนทางไกล ทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา เครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ให้แก่นักเรียนและโรงเรียน ซึ่งบริษัทได้ดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ในปี 2560 บริษัทย่อยได้จัดโครงการขึ้นที่โรงเรียนบ้านละกอ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 

โครงการร่วมสนับสนุนท้องถิ่นจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

            ในปี 2560  บริษัทย่อยร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นที่ อบต.ดอนมนต์  อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และโรงเรียนวัดห้วยโป่งและชุมชนมาบตาพุด  จังหวัดระยอง

การรับเรื่องร้องเรียนจากชุมชน

บริษัทและบริษัทย่อยตระหนักถึงการปลูกฝังและพัฒนาจิตสำนึกของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทั้งองค์กรให้มีส่วนร่วมใน ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการของบริษัท ประกอบกับการที่บริษัทได้เข้าร่วม โครงการ CSR-DIW และได้ผ่านการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการต่อสังคมอย่างมีส่วนร่วม มี ความต่อเนื่องและยั่งยืน (CSR – DIW Beginner) ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา จึงไม่เป็นที่ปรากฏว่าบริษัทย่อยได้รับคำข้อร้องเรียนจากชุมชนรอบบริเวณที่ตั้ง

ทั้งนี้ บริษัทย่อยมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาคุณภาพและมาตรฐานการประกอบกิจการ และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อมิให้สร้างผลกระทบทางลบกับสังคมและชุมชน


การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 

บริษัทและบริษัทย่อยได้ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ทั่วทั้งองค์กรเพื่อดูแลและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น โดยจัดให้มีคณะทำงานระบบบริหารการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ซึ่งเป็นคณะทำงานของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคนภายในองค์กรและคู่ค้า โดยปฏิบัติตามระบบมาตรฐาน สิ่งแวดล้อม ISO 14001

การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม

บริษัทย่อยกำหนดนโยบายการจัดการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมกำหนดเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางการ ดำเนินงานด้านพลังงานและวัตถุดิบเพื่อการใช้พลังงานและวัตถุดิบให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้ผู้บริหาร และพนักงานทั่วทั้งองค์กรยึดเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วกัน

นโยบายการจัดการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

1. มุ่งมั่นปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมขององค์กร

2. สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างจิตสำนึกให้พนักงานทุกระดับเกิดความร่วมมือและความรับผิดชอบในการจัดการ อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

3. ส่งเสริมพัฒนาด้านการจัดการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผลกระทบทางด้านพลังงานและ สิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การจำหน่าย การใช้งาน การจัดการของเสีย รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและคุ้มค่า

4. ส่งเสริมกิจกรรมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยให้ทุกกิจกรรมของบริษัท มุ่งปรับปรุงและพัฒนาการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศ

5. ส่งเสริมระบบการจัดการด้านอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด  ลดการใช้   ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ ซ่อมแล้วใช้ หลีกเลี่ยงการใช้ และส่งเสริมให้มีการบำบัดและฟื้นฟู การทดแทน การเฝ้าระวังดูแลและป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงคงไว้ซึ่งระบบนิเวศตามธรรมชาติ และความผาสุกของทุกคน

การจัดการด้านพลังงาน

บริษัทย่อยดำเนินการบริหารการจัดการควบคุมการใช้พลังงานในอาคารสำนักงาน และโรงงาน โดยจัดให้มีคณะทำงานการจัดการพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงาน และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก(คาร์บอนไดออกไซด์ไปในขณะเดียวกัน โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าในอุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงาน การผลิต การมีส่วนร่วมของพนักงานใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามแผนงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัทย่อยเน้นการดำเนินธุรกิจเชิงรุก ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมุ่งการใช้ทรัพยากรให้ยั่งยืนยาวนานโดยปฏิบัติตาม หลักการระบบมาตรฐาน ISO 14001 ควบคุมของเสียและมลพิษที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น ยังพิจารณาเรื่องการลดของเสีย ลดมลพิษ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้กระบวนการทำงานภายในทุกระบบจะ มีการวางแผน ติดตาม ประเมินผล และทบทวนเพื่อเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินการตามแนวทางเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งมีการติดตาม ควบคุมดูแล ให้มีการปฏิบัติตาม แนวทางการพัฒนาด้านการใช้ทรัพยากรอย่างสม่ำเสมอซึ่งทำให้สามารถลดการใช้ทรัพยากรซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตลงได้ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้บริษัทยังคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่านอกเหนือจากการใช้วัตถุดิบให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดโดยใช้กระดาษรีไซเคิลอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตและการบริหารงานของ บริษัทอีกด้วย

การจัดการคุณภาพอากาศ

บริษัทย่อยให้ความสำคัญกับการจัดการคุณภาพอากาศ เพราะตระหนักว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อการ เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) โดยบริษัทย่อยมีการลดและควบคุมการเกิดของเสียที่เกิดจากกระบวนการการผลิตเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันมลพิษและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมดูแลคุณภาพอากาศไม่ให้ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง

ในปี 2560 บริษัทย่อยมีการตรวจติดตามมลภาวะทางอากาศและสารเคมีในบรรยากาศ มีค่าไม่เกินมาตรฐาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนี้

มลภาวะทางอากาศของUWC

ผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกมาจากปล่อง

ดัชนีที่ตรวจวัด

หน่วย

ผลการตรวจวัด

มาตรฐาน

ฝุ่นละออง (TSP)

มิลลิกรัม/ลบ.เมตร

47

240

 

มลภาวะทางอากาศของ RWI

ควบคุมโดยมีระบบบำบัดอากาศ (Scrubber)  ทุกจุดที่เกิดมลภาวะทางอากาศและทำการตรวจวัด

 

พารามิเตอร์

ระบบบำบัด

หน่วยวัด

ค่ามาตรฐาน

ค่าที่วัดได้

 

1. Air Emission Quality

    Monitoring

1) Hydrogen Chloride (HCL)

Scrubber

mg / m 3

200

4.890

2) Phosphate      

Scrubber

mg / m 3

-

0.736

3) Sulfur Dioxide (SO2)

-

ppm

60

<1.03

4) Carbon monoxide (CO)

-

ppm

690

175.6

2. Working Area Air

    Quality Monitoring

1) Hydrogen Chloride

Scrubber

mg / m 3

<2

0.835

2) Benzene

-

mg / m 3

<0.5

0.035

3) Lead (Pb)

-

mg / m 3

<0.05

-

3. Sound Level          Monitoring

  (8 ชม. การทำงาน)

8 hrs. (Working hours)

- 1st Drawing

- PCW1

- PCW2

- PCS1

PCS2

- Wire Rod

- Wire Mesh

- Hard Draw Wire

- Pickling

-

 

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

dB(A)

 

<90

<90

<90

<90

<90

<90

<90

<90

<90


85.6

83.6

84.3

80.6

83.1

69.9

84.6

79.0

75.6

4. Heat Stress Monitoring

- 1st Drawing

- PCW1

- PCW2

- PCS1

PCS2

- Wire Rod

- Wire Mesh

- Hard Draw Wire

- Pickling

-

องศาเซลเซียส

งานปานกลางไม่เกิน32 0C

31.1

31.4

30.9

30.6

30.9

30.2

31.0

31.2

31.5

 

สารเคมีในบรรยากาศของ UWC

ปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศของการทำงาน

ดัชนีที่ตรวจวัด

หน่วย

ผลการวิเคราะห์

มาตรฐาน

Sodium Hydroxide

mg/m3

<0.76

2

Hydrogen Chloride

Ppm

1.119

5 C

Inhalable Dust

mg/m3

0.170

15

Zinc Oxide : Inhalable Dust

mg/m3

0.656

15

หมายเหตุ : C = ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายสูงสุดไม่ว่าเวลาใดๆ ในระหว่างทำงาน

การปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าของ ENS

การตรวจสอบคุณภาพอากาศจากปล่องระบาย  ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีค่า    ไม่เกินมาตรฐานดังนี้ 

แหล่งกำเนิด

พารามิเตอร์

หน่วยวัด

ปริมาณที่ตรวจวัดได้

ค่ามาตรฐาน

 

ปล่อง SGI

เชื้อเพลิง
ก๊าซธรรมชาติ

 

 

Ø  ของปล่อง

m

1.20

-

อุณหภูมิภายในปล่อง

0C

395

-

ความเร็วลมในปล่อง

m/s

3.91

-

ปริมาตรอากาศที่ออกจากปล่อง

3/min

265.52

-

ปริมาณออกซิเจน (O2)

%

17.7

-

ปริมาณฝุ่น (TSP)

mg/m 3

3.9

60

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

ppm

< 1.3

20

ออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ 

(NO as NO2)

ppm

4.7

120

 

 

 

 

 

 

 







การจัดการคุณภาพน้ำเสีย

บริษัทย่อยมีระบบการควบคุมคุณภาพน้ำที่ปล่อยออกจากกระบวนการผลิตโดยจะนำมาบำบัดทางเคมี เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด ซึ่งน้ำเสียจากกระบวนการผลิตจะไม่ปล่อยออกนอกโรงงานแต่จะมีบ่อพักน้ำ และนำน้ำกลับมาใช้มาในกระบวนการผลิตอีกครั้ง หรือนำมารดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

ในปี 2560 บริษัทย่อยมีการตรวจติดตามระบบน้ำเสียจากการผลิตมีค่าไม่เกินมาตรฐาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนี้

ระบบน้ำเสียจากการผลิตของ UWC

Parameter

ค่ามาตรฐาน

ค่าที่วัดได้

1.  PH

5.5 – 9.0

8.6

2.  Total Suspended Solids (TSS)

 50 mg / l

10

3.  Total Dissolved Solid  (TDS)

 3,000 mg / l

2,826

4.  Chemical Oxygen Demand  (COD)

 120 mg / l

<40

5.  Zinc 

 5 mg / l

1.8

 

            ระบบน้ำเสียจากการผลิตของ RWI

พารามิเตอร์

ระบบบำบัดน้ำเสีย

ค่ามาตรฐานจากการนิคมฯ

ค่าที่วัดได้

1.  pH

 

 

ผ่านระบบบำบัดทางเคมี
ของหน่วยงานเคมีและ

น้ำเสีย

 

5.5 – 9.0

7.1

2.  Total Suspended Solids

<200 mg / l

<2.5

3.  Total Dissolved Solids

<3,000 mg / l

1,640

4.  Oil & Grease

< 10 mg / l

<5

5. Chemical Oxygen Demand

< 750 mg / l

17

6.  Biology Oxygen Demand

<500 mg / l

2

7. Dissolved Oxygen

-

7.28

 การจัดการของเสีย

บริษัทย่อยได้แบ่งขยะเป็น 4 ประเภท คือ ขยะ ทั่วไป ขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิลและขยะอันตรายที่เกิดจากกระบวนการผลิตหรือสารเคมี  ซึ่งบริษัทย่อยมีการจัดการขยะทั่วไป ขยะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และขยะย่อยสลายถูกวิธีสอดคล้องตามกฎหมายกระทรวง อุตสาหกรรมและมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2015 โดยมีการจัดทำข้อปฏิบัติการกำจัดตั้งแต่การคัดแยก ขยะ การจัดเก็บ และการตรวจสอบสภาพให้มีความพร้อมในการขนส่ง และคัดเลือกผู้รับเหมากำจัดขยะที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริษัทย่อยและสังคม ดังนี้

การจัดการของเสียของ UWC

กากของเสีย

วิธีการกำจัด

บริษัทที่กำจัด

1.  ขยะมูลฝอย

นำไปคัดแยกฝังกลบ

สำนักงานเขตมีนบุรี

2.  เศษลวดและโลหะ

นำกลับไปหลอมใหม่

-      ห้างหุ้นส่วนจำกัด ถีระวงษ์ รีไซเคิล

-      บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด

3.  ตะกอนจากการบำบัดน้ำเสีย

ปรับเสถียรและฝังกลบ

บริษัท โปรเฟสชั่นแนลเวสต์ จำกัด (มหาชน)

4.  สังกะสีฝุ่นและเม็ด

Reuse

-      บริษัท ยูนิคอร์มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส

(ประเทศไทย) จำกัด

-      ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามพรานฟาวน์ดีร์

-      บริษัท นวภัทรกิจ จำกัด

-      ห้างหุ้นส่วนจำกัด นัฐวุฒิ พาณิชย์

5.  น้ำมันไฮโดรลิคเก่า

Reuse

บริษัท แซนด์ซอร์ จำกัด (มหาชน)

6.  กรดเกลือเสื่อมสภาพ

แปรสภาพนำไปใช้ใหม่

บริษัท อันชิ่ง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

 

การจัดการของเสียของ RWI

กากของเสีย

วิธีการกำจัด

บริษัทที่กำจัด

หมายเหตุ

1.  ขยะมูลฝอยจากสำนักงาน

นำคัดแยกและเผา

เทศบาลมาบตาพุด

 

2.  เศษลวดและเศษโลหะ

- นำกลับไปหลอมใหม่

- นำกลับมาใช้ประโยชน์

  ใหม่ด้วยวิธีอื่นๆ

- คัดแยกประเภทเพื่อ

  จำหน่ายต่อ

บริษัท ส.โชคชัย จำกัด

 


 

3. ตะกอนจากการบำบัดน้ำเสีย

 

ปรับเสถียรและฝังกลบ


บริษัท เบตเตอร์

เวิลด์กรีน จำกัด (มหาชน)

 

อ้างอิงตามใบอนุญาตกรมโรงงานอุตสาหกรรม

4. ขยะอุตสาหกรรมอื่น ๆ

    (ฟอสเฟต, ผงสบู่, หลอดไฟ,

    เศษผ้าเปื้อนน้ำมัน ,

    กากตะกอนน้ำเสีย)

5. กรด HCL เสื่อมสภาพ

นำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่

ห้างหุ้นส่วนจำกัด 

เอส.เค. อินเตอร์เคมิคอล

6. กรวดปนตะกั่ว

นำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่

บริษัท เอสซี แอนด์ซัน

เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด



  สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2554 บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)